ระบบปฏิบัติการแบบเปิด (Open Operating System)
ในสมัยก่อนผู้ที่พัฒนาระบบปฏิบัติการคือบริษัทที่ผลิตคอมพิวเตอร์ ดังนั้นระบบปฏิบัติการจึงถูกออกแบบให้สามารถใช้ได้เฉพาะกับเครื่องของบริษัทเท่านั้น เรียกระบบปฏิบัติการประเภทนี้ว่า ระบบปฏิบัติการแบบปิด (Proprietary operating system) ซึ่งแม้แต่ในปัจจุบันนี้เครื่องระดับเมนเฟรมผู้ขายก็ยังคงเป็นผู้กำหนดความสามารถของระบบปฏิบัติการของเครื่องที่ขายอยู่ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้เริ่มมีแนวโน้มที่จะทำให้ระบบการสามารถนำไปใช้งานบนเครื่องต่าง ๆ กันได้ (Protable operating system) เช่น ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ (UNIX) เป็นต้น
ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1971 โดย และ จากห้องปฏิบัติการเบลล์ของบริษัท AT& T ซึ่งได้ทำการพัฒนาบนเครื่องมินิคอมพิวเตอร์ของ DEC ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์เป็นระบบที่สนับสนุนผู้ใช้งานจำนวนหลายคนพร้อม ๆ กัน โดยใช้หลัก การแบ่งเวลา (time sharing) ต่อมาในปี ค.ศ. 1970 ได้มีการบริจาคระบบปฏิบัติการนี้ให้กับวงการศึกษา และมีการนำไปใช้ทั้งในมหาวิทยา และวิทยาลัยต่าง ๆ มากมาย นักศึกษาจำนวนมากจึงได้ใช้ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ เป็นผลให้เมื่อนักศึกษาเหล่านั้นจบออกไปทำงาน ก็ยังคงเคยชินกับระบบปฏิบัติการยูนิกซ์และจัดหามาใช้ในองค์กรที่ทำงานอยู่ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์จึงได้รับการยอมรับในวงการอุตสาหกรรมและวงการอื่น ๆ อย่างแพร่หลายและมีการใช้งานอยู่ตั้งแต่เครื่องระดับไมโครคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงเครื่องระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์
ตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์ (Translator)
ในการพัฒนาซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์นั้น โปรแกรมเมอร์จะเขียนโปรแกรมในภาษาคอมพิวเตอร์แบบต่าง ๆ ตามแต่ความชำนาญของแต่ละคน โปรแกรมที่ได้จะเรียกว่า โปรแกรมต้นฉบับ หรือ ซอร์สโคด (source code) ซึ่งมนุษย์จะอ่านโปรแกรมต้นฉบับนี้ได้แต่คอมพิวเตอร์จะไม่เข้าใจคำสั่งเหล่านั้น เนื่องจากคอมพิวเตอร์เข้าใจแต่ภาษาเครื่อง (Machine Language) ซึ่งประกอบขึ้นจากรหัสฐานสองเท่านั้น จึงต้องมีการใช้โปรแกรม ตัวแปรภาษาคอมพิวเตอร์ (Translator) ในการแปลภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาต่าง ๆ ไปเป็นภาษาเครื่องโปรแกรมที่แปลจากโปรแกรมต้นฉบับแล้วเรียกว่า ออบเจคโคด (object code) ซึ่งจะประกอบด้วยรหัสคำสั่งที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจและนำไปปฏิบัติได้ต่อไป
ตัวแปลภาษาที่มีการใช้อยู่ในปัจจุบัน จะต่างกันที่ขั้นตอนที่ใช้ในการแปลภาษาให้อยู่ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ สามารถแบ่งได้เป็น
แอสเซมเบลอ (Assembler) เป็นตัวแปลภาษาแอสแซมบลีซึ่งเป็นภาษาระดับต่ำให้เป็นภาษาเครื่อง
อินเตอร์พรีเตอร์ (Interpreter) เป็นตัวแปลภาษาระดับสูงซึ่งเป็นภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษามนุษย์ ไปเป็นภาษาเครื่อง โดยใช้หลักการแปลพร้อมกับงานตามคำสั่งทีละบรรทัดตลอดทั้งโปรแกรม ทำให้การแก้ไขโปรแกรมทำได้ง่ายและรวดเร็วแต่ออบเจคโคดที่ได้จากการแปลโดยการใช้อินเตอร์พรีเตอร์นั้นไม่สามารถเก็บไว้ใช้ใหม่ได้จะต้องแปลโปรแกรมใหม่ทุกครั้งที่ต้องการใช้งาน
คอมไพเลอร์ (Compiler) จะเป็นตัวแปลภาษาระดับสูงเช่นเดียวกับอินเตอร์พรีเตอร์แต่จะใช้วิธีแปลโปรแกรมทั้งโปรแกรมให้เป็นออบเจคโคด ก่อนที่จะสามารถนำไปทำงานเช่นเดียวกับแอสแซมเบลอ ออบเจคโคดที่ได้จากการแปลนั้นสามารถจัดเก็บไว้เป็นแฟ้มข้อมูล เพื่อให้นำไปใช้ในการทำงานเมื่อใดก็ได้ตามต้องการ ซึ่งเป็นข้อดีของคอมไพเลอร์ที่จะนำผลที่ได้จากการแปลนั้นไปใช้งานกี่ครั้งก็ได้ไม่จำกัด ไม่ต้องเสียเวลาในการแปลใหม่ทุกครั้ง ทำให้เป็นรูปแบบการแปลที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
ในปัจจุบัน มีหลักการแปลภาษาคอมพิวเตอร์แบบใหม่เกิดขึ้น คือแปลจากซอร์สโคดไปเป็นรหัสชั่วคราวหรืออินเทอมีเดียตโคด (Intermediate code) ซึ่งสามารถนำไปทำงานได้ด้วยการใช้โปรแกรมในการอ่านและทำงานตามรหัสชั่วคราวนั้น โดยโปรแกรมนี้จะมีหลักการทำงานคล้ายกับอินเทอพรีเตอร์ แต่จะทำงานได้เร็วกว่าเนื่องจากรหัสชั่วคราวจะใกล้เคียงกับภาษาเครื่องมาก มีข้อดีคือสามารถนำรหัสชั่วคราวนั้นไปใช้ได้กับทุก ๆ เครื่องที่มีโปรแกรมตีความได้ทันที
Introduction
เราแบ่งวิธีการ Backup Oracle Database ได้กว้าง ๆ อยู่ 2 วิธี คือ
1. Operating System Backup
2. Server Managed Recovery
Operating System Backup หมายถึง การ Backup โดยอาศัยคำสั่งของ OS (Operating System Command) หรือ Utility ต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเขียนข้อมูลที่ต้องการ Backup ไปที่ Disk หรือ Tape ซึ่งจะกล่าวถึงใน Article นี้ วิธีการ Backup แบบนี้เป็นวิธีที่ง่าย และจะใช้กันในกรณีที่ environment ไม่ซับซ้อน (A simple Environment) อย่างเช่น มี Server และ Database อยู่ จำนวนน้อย
Server Managed Recovery (SRM) วิธีการแบบนี้ จะทำการ Backup ข้อมูลที่เรามีอยู่ (Oracle Data) ไปยัง Media ที่เรากำหนด ซึ่งการ Backup จะ ถูก Handled โดย thread ที่อยู่ในส่วนของ Oracle Server executable ซึ่งก็หมายถึง Database software จะเขียน ข้อมูล จาก Database ไปยัง Backup Media การ Backup วิธีนี้จะถูกสั่งงานด้วย Client Tool ที่เรียกว่า Oracle Recovery Manager (RMAN) การ Backup แบบนี้ เหมาะสมกับ Complex environment อย่างเช่น ในระบบที่มี Database Server หลาย ๆ Server ซึ่งใน Article นี้ยังไม่ได้พูดถึง (Coming Soon :-) )
Definitions
Cold Backup
เป็นการ Backup Database ในระหว่างที่ Database Shutdown แบบนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด
Hot Backup
เป็นการ Backup Database ระหว่างที่ Database ยังคงทำงานอยู่ และ User ก็ยังคงใช้งานได้อย่างปกติ การ Backup แบบนี้จะมีความซับซ้อนกว่าแบบ Cold Backup ซึ่งก็เหมาะกับงานที่ไม่สามารถ Shutdown Database ได้ อย่างเช่น Database ที่เก็บข้อมูลสำคัญที่ต้องการ การทำงานแบบ 24*7 หรือ Database ที่เก็บ User Profile ในการ login ของ web base application ที่ทำงานบน internet
Archivelog Mode
เมื่อเราทำงาน กับ Archive log mode นั้น Online redo log files ที่เต็มจะถูกนำไปเก็บ(archive) นะที่ ๆ กำหนดไว้ก่อนที่จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ Database ที่ทำงาน archivelog mode นั้นสามารถ Recovery แบบ Complete (Completely recovery)ได้ไม่ว่า instance failure หรือ Disk failure ในการ Backup Database ก็สามารถทำได้ในขณะที่ Database กำลังอยู่ใน Mode open อยู่ และ user ก็ยังคงใช้งานได้อย่างปกติ อย่างไรก็ตาม การใช้งาน Archivelog Mode นั้น ต้องการ การดูแล archived redo logs เพิ่มเติม
Noarchivelog mode
เมื่อเราทำงานใน noarchivelog mode นั้น online redo logs file ที่เต็มนั้น จะไม่มีการ Archived ก่อนที่จะถูกเขียนทับ ในการ Recovery ของ Mode นี้ จะสามารถทำได้โดย การ restore ทั้ง Database ซึ่งการ Backup Database ทำได้วิธีเดียวคือต้อง shutdown Database ก่อน แล้วถึงจะทำการ Backup Database
Procedures
ใน Article ชุดนี้จะแบ่งรายละเอียดออกเป็น 3 ส่วนด้วยกันคือ
A.การทำ FULL COLD BACKUPS
B.การทำ HOT BACKUPS
C.การสร้าง Schedule สำหรับการ BACKUP
และ Assumptions ของ Article ชุดนี้ก็จะเป็นดังนี้
$ORACLE_HOME คือ /oracle/OraHome1
Data fileทั้งหมดจะถูกเก็บที่ /oradata/viper
Instance name (SID) คือ viper
Script File อยู่ที่ $ORACLE_HOME/scripts
Database file จะถูก backup เก็บไว้ที่ /ub11h/oraBackup
ซึ่งการ Backup ข้อมูล เราจะทำการ COPY Data ทั้งหมดไปเก็บไว้ที่ /ub11h/oraBackup ซึ่งในสภาพแวดล้อมในการใช้งานจริง ๆ เราอาจต้องอาศัย Backup Software ทำการ Copy file ที่อยู่ใน Disk ไปยัง Tape ที่เราต้องการ
Operating system Backup of an Oracle 8 database
A.Performing a full cold backup
B.Performing a full hot backup
C.Sheduling database backup at a specified time.
ถ้าท่านจะหาข้อมูลเพิ่มเติมในด้านการใช้งานร่วมกันระหว่าง Oracle Database กับ Media Management Software นั้น จะมีหลาย Vendors ที่สนับสนุนอย่างเช่น
Legato Networker, Compaq
Netbackup, VERITAS
EMC Data Manager (EDM), EMC
ARCServ,Computer Associates
Networker,Legato
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment